การเปลี่ยนแปลงการดูแลภาวะหัวใจล้มเหลวที่ Huelva University Hospital ประเทศสเปน

มิถุนายน 18, 2019 Bullet บทความ
แชร์สิ่งนี้:

เราเพิ่งเริ่มการศึกษาที่ห้องปฏิบัติการของเราเพื่อหาค่าของตัวชี้วัดทางการวินิจฉัยใหม่ในผู้ป่วย โดยเฉพาะเปปไทด์ที่ช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกายต่อการจัดการภาวะหัวใจล้มเหลว เราเลือกภาวะหัวใจล้มเหลว เพราะภาวะนี้ได้ถึงระดับการแพร่ระบาดในประชากรของเรา ซึ่งหลายคนจำเป็นต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายครั้งเพื่อจัดการภาวะเจ็บป่วยของตน

กระบวนการวิจัยของเราเริ่มต้นเริ่มต้นจากการทำแผนภาพเส้นทางการรักษาของผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวในปัจจุบัน เราทำงานร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพ เพื่อให้มั่นใจว่า เราได้ระบุและจัดการปัญหาเกี่ยวกับช่องว่างของการดูแลรักษาทางการแพทย์ นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเพื่อให้มั่นใจในความสำเร็จของโครงการ เราระบุช่องว่างหลักสองอย่าง:

  • การวินิจฉัยได้เร็วตั้งแต่ต้น และแม่นยำเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในภาวะหัวใจล้มเหลว จำเป็นต้องมีการทดสอบที่ซับซ้อน แต่ถ้าสามารถระบุภาวะหัวใจล้มเหลวได้ตั้งแต่ต้น จะช่วยลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้
  • ไม่มีการดูแลเพื่อติดตามผลสำหรับผู้ป่วยหัวใจล้มเหลวเฉพาะบุคคล เนื่องจากลักษณะสหสาขาวิชาชีพของทีมดูแลและแผนกต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลรักษา จึงทำให้การดูแลมีความแตกต่างหลากหลายมาก

เพื่อประเมินคุณค่าของการตรวจพบโรคตั้งแต่ต้นและการจัดการแบบรวมศูนย์ให้ผู้ป่วย เราจึงออกแบบนวัตกรรมสองอย่างซึ่งจะดูแลให้การวินิจฉัยทุกครั้งได้รับการยืนยันภายในหนึ่งสัปดาห์ สำหรับการทำให้ได้เช่นนั้น เราได้สร้างการทดสอบเปปไทด์ที่ช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกายชนิด B (B-type natriuretic peptide หรือ BNP) และ โปรตีนส่วนต้นของ pro-BNP (N-terminal pro-BNP หรือ NT-proBNP) เป็นการทดสอบเพื่อการวินิจฉัยลำดับแรกโดยขยายการใช้จากห้องฉุกเฉินไปสู่การดูแลรักษาปฐมภูมิ นอกจากนี้เรายังจัดตั้งหน่วยโรคหัวใจล้มเหลวที่จะรับผู้ป่วยต้องสงสัยจากการส่งต่อได้ หน่วยนี้ยังได้รับการออกแบบเพื่อจัดการดูแลติดตามผลสำหรับผู้ป่วยเหล่านี้ ซึ่งปรับความถี่ของการนัดตรวจป็นรายบุคคลตามผล NT-proBNP

เราได้นิยามชุดผลลัพธ์มาตรฐานที่เราอาจติดตามได้ เราใช้ลำดับชั้นการวัดผลลัพธ์ (Outcome Measures Hierarchy) [1] ที่พัฒนาโดย ไมเคิล พอร์เตอร์ จาก Harvard Business School รวมทั้งแนวทางที่พัฒนาโดย International Consortium for Health Outcomes Measurement (ICHOM) สำหรับการวัดผลลัพธ์ในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว [2] (ดูรูปที่ 1 ด้านล่าง)

เมื่อได้นิยามผลลัพธ์แล้วก็ถึงเวลาที่เราจะพัฒนากระบวนการเก็บข้อมูล จากการปฏิบัติตามแนวทางของ ICHOM เราได้เพิ่มจุดเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ลงในระบบของเรา ณ เวลาที่แตกต่างกันตลอดรอบการดูแลรักษา นอกจากนี้ เราให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการออกแบบแบบสอบถามและสร้างจุดตรวจสอบหลายจุดเพื่อให้แน่ใจว่าการป้อนข้อมูลถูกต้อง

ลำดับต่อไป เราได้พัฒนาชุดตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านผลลัพธ์ของผู้ป่วยและความคุ้มค่าโดยอิงตามฉากทัศน์ที่แตกต่างกัน ก่อนที่เราจะเริ่มโครงการนี้ อัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลซ้ำนานกว่า 90 วัน อยู่ที่ 37% เราคาดการณ์ว่าการดำเนินการของเราจะช่วยลดอัตราดังกล่าวได้เป็น 28%, 19% หรือ 9% ขึ้นอยู่กับว่าประสบความสำเร็จน้อยที่สุด ประสบความสำเร็จปานกลาง หรือประสบความสำเร็จมาก

เรายังไม่เสร็จสิ้นการวิเคราะห์หนึ่งปีเต็ม แต่ข้อมูลจนถึงขณะนี้มีแนวโน้มที่ดีมาก มีผู้ป่วยที่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลซ้ำน้อยลง และจำนวนการเข้าพักรักษาตัวซ้ำก็ลดลงเช่นกัน ข้อมูลของเราแสดงให้เห็นว่า อัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลซ้ำ 30 วัน ลดลง 88% นอกจากนี้การเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลซ้ำยังลดลง 70% ในช่วงหกเดือนและ 45% ในช่วงหนึ่งปีจนถึงขณะนี้ เรายังสามารถลดจำนวนการมาพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉินของผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวได้ด้วย สุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้นด้วยเช่นกัน โดยพบว่ามีผู้ป่วยตรงตามกลุ่ม Class III ตามการแยกประเภทของสมาคมโรคหัวใจนิวยอร์ก (New York Heart Association’s Class III) [3] จำนวนน้อยลง ซึ่งในกลุ่มนี้แม้การมีกิจกรรมทางกายน้อยกว่าปกติก็ยังทำได้ยาก

[1] Porter, E.M., 2010 What is Value in Health Care? The New England Journal of Medicine. 363, pp.2477-2481>

[2] ICHOM Heart Failure Standard Set

[3] New York Heart Association Classification

บทความนี้อ้างอิงจากการนำเสนอ “การดำเนินการโดยอิงตามคุณค่าในการจัดการผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว (Value-based innovation in heart failure patient management)” ที่ Roche Efficiency Days (RED) 2018 REDefining perspective ในเมืองกวางโจว ประเทศจีน

 

แชร์สิ่งนี้:

เพิ่มเติมในหัวข้อเดียวกัน

เลือกบทความที่เกี่ยวข้องจากตัวเลือกด้านล่าง

หัวข้อแนะนำ

การวิเคราะห์หาลำดับ สีแดง 2020โรคหายาก
สิ่งที่ต้องอ่านถัดไป
Scroll to Top