บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งจากชุดบทความเกี่ยวกับการวินิจฉัยด้านสุขภาพของผู้หญิง เราจะเพิ่มเรื่องราวและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งปี สำหรับเรื่องแรกในชุดบทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสามารถดูได้ที่นี่
เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งปากมดลูกจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกได้ร่วมกันหารือเชิงนโยบายว่าด้วยการเร่งรัดและขยายการตรวจคัดกรองและทดสอบเชื้อ HPV และมะเร็งปากมดลูกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การหารือจัดขึ้นโดยความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) เพื่อหากลวิธีใหม่ ๆ ในการรับมือมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นโรคที่มีสถิติผู้ป่วยราว 351,720 รายในเอเชียแปซิฟิกเมื่อปี 2020 ถือเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงเป็นอันดับ 3 ของภูมิภาค
การหารือเชิงนโยบายในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการทำงานก่อนหน้านี้หลายปีจากคณะทำงานด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Science Innovation Forum: LSIF) ซึ่งเป็นคณะทำงานของ APEC ประกอบด้วยแผนประจำปี 2021 ในการส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนสำหรับผู้หญิงผ่านการป้องกันและควบคุมมะเร็งปากมดลูกระยะปี 2021-2025 (ดูผลงานชิ้นล่าสุดในสรุปความเป็นเลิศด้านความพยายามดังกล่าวในสภาเศรษฐกิจโลก) ข้อมูลจากการหารือระบุว่า โครงการริเริ่มด้านการจัดการมะเร็งปากมดลูกอย่างครอบคลุมจะต้องประกอบด้วยมาตรการในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกัน คัดกรอง และรักษา รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการรับวัคซีน HPV ชุดอุปกรณ์เก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตัวเอง และเครื่องมืออื่น ๆ ที่ช่วยในการต่อสู้กับโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับห้องปฏิบัติการทางคลินิกแล้ว นโยบายในการสร้างขีดความสามารถทางห้องปฏิบัติการ เพิ่มการเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย และจัดหาบุคคลากรที่จำเป็นในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ประเด็นสำคัญจากการประชุมดังกล่าวที่อาจเกี่ยวข้องกับบุคลากรทางห้องปฏิบัติการมีดังต่อไปนี้
ส่งเสริมให้มีการตรวจ DNA เพื่อหาเชื้อ HPV มากขึ้น
แนวทางการตรวจคัดกรองอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ แต่ข้อกำหนดพื้นฐานที่จะต้องมีคือการให้ผู้หญิงที่มีอายุกลาง 20 ปีขึ้นไปเข้ารับการตรวจคัดกรองทุก 3 – 5 ปี อย่างน้อยด้วยการทดสอบ Pap และ/หรือการตรวจหา DNA ของเชื้อ HPV หากเป็นไปได้ โดยให้คัดแยกผู้ที่มีผลการตรวจผิดปกติและผู้ที่ต้องรับการรักษารอยโรคก่อนเป็นมะเร็ง
ประเทศต่างๆ ได้รับการส่งเสริมเลิกใช้โปรแกรมการตรวจคัดกรองหรือวินิจฉัยโรคที่ใช้การตรวจวิเคราะห์เซลล์ แต่ยังไม่สามารถเป็นไปได้ในทุกแห่ง Dr Nathalie Broutet รักษาการหัวหน้าหน่วย กรมสุขภาพทางเพศและมะเร็งระบบสืบพันธุ์ประจำองค์การอนามัยโลกกล่าว
ในมาเลเซีย Dr Zakiah Said จากกระทรวงสาธราณสุขมาเลเซียกล่าวว่า ประเทศของเธอมีการส่งเสริมให้มีการใช้การตรวจหาเชื้อ HPV เป็นเครื่องมือในการคัดกรองเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกประเทศในเอเชียจะดำเนินนโยบายที่เหมือน ๆ กัน บางครั้งอาจเป็นเพราะการขาดแคลนทรัพยากรหรือการขาดแคลนความร่วมมือภายในประเทศนั้น ๆ
การนำโครงสร้างพื้นฐานด้าน PCR มาประยุกต์ใช้สำหรับความพยายามด้านมะเร็งปากมดลูก
ความท้าทายอีกประการหนึ่งคือการที่ปัจจุบันการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกมีอัตราลดน้อยลงเนื่องจากการขาดช่วงในการรับบริการสุขภาพตามปกติโดยมีสาเหตุจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 Dr Cheng Wen-Fang หัวหน้าภาคและแพทย์ประจำแผนกสูตินรีเวชที่ National Taiwan University Hospital เผยว่า อัตราการเข้าร่วมของไต้หวันในช่วง 3 ปี ลดลงประมาณ 2% อีกทั้งยังเผยอีกว่าผู้หญิงที่มีผลการตรวจคัดกรองด้วยวิธีแปปสเมียร์ผิดปกติไม่กลับมาติดตามผลในอัตราสูงถึง 3-4%
อัตราที่ลดลงเช่นนี้ยิ่งชัดเจนในประเทศอื่น ๆ ยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา ระบบบริการสุขภาพพบว่าอัตราการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามปกติลดลงเบื้องต้น 80% เนื่องจากโควิด-19 Dr Mona Sairaya จาก CDC ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วง 2 ปีมานี้ การตรวจคัดกรองลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาด
ในทางที่ดี การนำเครื่องตรวจวิเคราะห์ PCR มาใช้อย่างรวดเร็วในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นโอกาสที่ทำให้การตรวจคัดกรองเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ Dr Marion Saville กรรมการบริหารที่ Australian Centre for the Prevention of Cervical Cancer แสดงความหวังว่าประเทศต่าง ๆ จะสามารถนำโครงสร้างพื้นฐาน PCR ที่ได้จากการตรวจโควิดในช่วงที่มีการระบาดมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โครงสร้างพื้นฐานนี้ควรนำกลับมาใช้ใหม่สำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากปริมาณการทดสอบเป็นอุปสรรคต่อบริการตรวจคัดกรองที่ครอบคลุม
ศึกษาวิธีการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเองเพื่อการเข้าถึงที่มากขึ้น
เพื่อเป็นการเพิ่มอัตราการตรวจคัดกรองมะเริงปากมดลูกอย่างมีประสิทธิภาพ การเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเองถือเป็นกลยุทธ์ที่เป็นประโยชน์ในบางประเทศ ตัวอย่างเช่นในออสเตรเลีย Dr Saville กล่าวว่าวิธีการนี้เป็นวิธีที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับการเก็บตัวอย่างโดยผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก [1] ในแง่ของภูมิประเทศที่กว้างใหญ่และสภาพอากาศที่รุนแรงของออสเตรเลีย ยังช่วยให้ระบบบริการสุขภาพสามารถขยายการเข้าถึงการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก รวมถึงในชนบทและชุมชนพื้นเมืองซึ่งมีผู้หญิง 85% ส่งคืนสวอปสำหรับการตรวจทดสอบ
ในมาเลเซีย โครงการตามชุมชมที่เรียกว่า Project Rose ซึ่งอาศัยพยาบาลและอาสาสมัครในการคัดกรองผู้หญิง แต่ถึงแม้ว่าการตรวจคัดกรองจะดำเนินการให้ฟรีมาตั้งแต่ปี 1969 แต่ก็ยังมีผู้หญิงหลายคนที่ไม่ได้เข้าร่วมในกิจกรรมการตรวจคัดกรองถ้าหากไม่ได้รู้สึกว่าตนไม่สบาย ส่งผลให้อัตราการตรวจคัดกรองในรอบ 3 ปีอยู่ที่น้อยกว่า 25% แต่สถานการณ์อาจจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้การทำงานของทีมที่นำโดย Prof Woo Yin Ling จาก University of Malaya ซึ่งประสบความสำเร็จในการตรวจคัดกรองผู้หญิงด้วยการใช้การเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเองภายในชุมชน [2]
ด้วยการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง Prof Woo ด้แสดงให้เห็นว่าคนที่โดยปกติไม่ได้ไปพบแพทย์ยินดีที่จะทำการตรวจคัดกรองด้วยตนเอง เธอมองว่านี่คือโครงการของชุมชนที่ส่งเสริมความพยายามของรัฐบาลและเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการบรรลุเป้าหมายขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในการกำจัดโรคให้หมดไปได้เร็วยิ่งขึ้น
การบรรลุเป้าหมายในการกำจัดโรคให้หมดไปภายในปี 2030
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 90-70-90 ในการลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ประเทศต่างๆ ควรให้ความสำคัญการวิจัยที่เน้นการนำไปปฏิบัติและมุ่งเน้นนโยบายที่บูรณาการโซลูชั่นการวินิจฉัยอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการดำเนินการด้านการตรวจคัดกรองอย่างยั่งยืน
“เรามีความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกแทบจะมากกว่ามะเร็งชนิดอื่นใดในโลก” Dr Leslie Mancuso ผู้อำนายการและประธานหน้าที่บริหารที่ Jhpiego “เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่ได้เห็นหลายคนทำงานเพื่อเป้าหมายร่วมกันในการขจัดโรคซึ่งเป็นเป้าหมายที่เราสามารถทำได้จริง”
เอกสารอ้างอิง:
[1] Arbyn, M., Smith, S., Temin, S., Sultana, F. and Castle, P., 2018. Detecting cervical precancer and reaching underscreened women by using HPV testing on self samples: updated meta-analyses. BMJ, (363), p.k4823.
[2] Keane, A., Ng, C., Simms, K., Nguyen, D., Woo, Y., Saville, M. and Canfell, K., 2021. The road to cervical cancer elimination in Malaysia: Evaluation of the impact and cost‐effectiveness of human papillomavirus screening with self‐collection and digital registry support. International Journal of Cancer, 149(12), pp.1997-2009.

