บทเรียนสำคัญจากการประชุมประจำปีครั้งที่ 37 สมาคมพาพิลโลมาไวรัสนานาชาติ (International Papillomavirus Society หรือ IPVS 2025)

มกราคม 19, 2026 Bullet บทความ
แชร์สิ่งนี้:

การประชุมประจำปีครั้งที่ 37 ของสมาคมพาพิลโลมาไวรัสนานาชาติ (IPVS 2025) จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ ตัวแทนจากทั่วโลกได้เข้าร่วมเพื่อแบ่งปันงานสำคัญยิ่งที่พวกเขาได้มีส่วนเพื่อช่วยร่วมกำจัดโรคมะเร็งปากมดลูก  ทีมงาน Lab Insights ได้เข้าร่วมการประชุม และต่อไปนี้คือบทเรียนสำคัญบางส่วนจากการประชุมครั้งนี้ 

มีการเก็บตัวอย่างตรวจเชื้อ HPV ด้วยตนเองอย่างแพร่หลายกว่าที่เคยเป็นมา

เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่า การกำจัดมะเร็งปากมดลูกจะไม่สามารถบรรลุได้ด้วยเสาหลักหนึ่งใดแยกจากกันในบรรดาเสาหลักทั้งสามของเป้าหมายการกำจัดขององค์การอนามัยโลก — การตรวจคัดกรองนั้นเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับการรักษา แต่อะไรคือกลยุทธ์เมื่อใช้วิธีการดั้งเดิมสำหรับการคัดกรองขั้นปฐมภูมิไปจนหมดแล้ว การเก็บตัวอย่างด้วยตนเองดูเหมือนจะเป็นทางแก้ปัญหาในที่นี้ ออสเตรเลียเป็นแนวหน้าของการกำจัดโรคมะเร็งปากมดลูก บนเส้นทางสู่การกำจัดมะเร็งปากมดลูกภายในปี 2578 ต้องอาศัยปัจจัยสำคัญหลายประการเพื่อให้บรรลุสิ่งนี้ ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกในโลกที่เปิดตัวโปรแกรมการฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ตามโรงเรียน โดยได้เปลี่ยนวิธีการตรวจคัดกรองขั้นต้นจาก pap smears เป็นการทดสอบดีเอ็นเอของเชื้อ HPV (ซึ่งลดความต้องการในการตรวจซ้ำจากทุก 2 ปี เป็นทุก 5 ปี) และเปลี่ยนไปสู่การลงทะเบียนการตรวจคัดกรองมะเร็งทั่วประเทศที่ลดการสูญเสียการติดตามผล Professor Deborah Bateson จากวิทยาลัยการแพทย์ซิดนีย์แห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์ อภิปรายถึงการใช้การเก็บตัวอย่างตรวจเชื้อ HPV ด้วยตนเองเป็นหนทางในการเข้าถึงผู้ที่ไม่เคยผ่านการคัดกรองหรือมีการคัดกรองน้อยกว่าที่ควรโดยใช้ร่วมกับวิธีการใหม่ต่าง ๆ สำหรับโครงการการคัดกรองเพื่อความแน่ใจว่าการดูแลรักษาได้ไปถึงผู้หญิงทุกคนที่ต้องการ แม้ว่าการใช้งานโปรแกรมดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและกระบวนการจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างระมัดระวัง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้มค่า หลังการดำเนินการ โปรแกรมดังกล่าวพบว่ามีตัวอย่างร้อยละ 46 มาจากการเก็บตัวอย่างด้วยตนเอง และได้เข้าถึงผู้ที่อาจไม่ได้เข้าร่วมหากไม่ได้ใช้วิธีการดังกล่าว  ในมาเลเซีย Professor Woo Yin Ling จากมหาวิทยาลัยมาลายา ขยายโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างมากชื่อว่า Programme Rose ที่มูลนิธิของเธอดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2562 นอกจากการทำงานภาคสนามอย่างทั่วถึงที่โครงการนี้ดำเนินการอยู่ Professor Woo ยังมีความตั้งใจแรงกล้าเกี่ยวกับการจัดการเรื่องการรับรู้ ให้การศึกษา และการสื่อสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกอย่างมีประสิทธิภาพแก่ทุกคน ด้วยสิ่งเหล่านี้ บรรดาผู้หญิงที่ทางโครงการเข้าถึงได้ในชุมชนที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเพียงพอจะสามารถเข้าใจความต้องการด้านสุขภาพของตนได้ดีขึ้น และได้รับการเสริมพลังให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น ถึงปัจจุบัน Professor Woo ได้นำโครงการนี้ไปยังหลายสถานที่แตกต่างกัน เช่น สถานที่ทำพิธีทางศาสนา หรือแม้แต่สำนักงานขององค์กร แม้กระทั้งสถานที่ห่างไกลและเข้าถึงยาก ที่ซึ่งลำบากต่อการเดินทางสำหรับผู้หญิง โครงการนี้ก็ยังไม่หยุดยั้ง “เราไปได้ทั้งโดยเรือ ไปทางอากาศ ทางแม่น้ำ เพื่อให้ถึงผู้หญิงเหล่านั้น” Professor Woo กล่าว  คลิกที่นี่ เพื่อชมการบรรยายของพวกเขาใน IPVS 2025 

มีการสำรวจเครื่องมือ AI มากขึ้นสำหรับขั้นตอนต่าง ๆ ของการกำจัด

มีการกล่าวถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence หรือ AI ) ช่วยในการคัดกรอง การวินิจฉัยและการรักษาอย่างกว้างขวางในการประชุมปีนี้ ตัวอย่างการใช้งาน AI ดังกล่าวตัวอย่างหนึ่ง คือการศึกษาวิจัย HPV-Automated Visual Evaluation (PAVE) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ใหญ่กว่า เป็นความพยายามทำวิจัยตรวจคัดกรองปากมดลูกที่มุ่งเป้าไปยังสถานที่ซึ่งมีทรัพยากรจำกัดโดยเฉพาะ Dr Frederica Inturrisi จาก MSF Foundation ในประเทศฝรั่งเศส ได้นำเสนอการศึกษาวิจัยนี้ การศึกษาวิจัย PAVE ใช้การประเมินด้านภาพด้วย AI กับการทดสอบเพื่อวินิจฉัย HPV สำหรับแนวทางในการจัดการตามความเสี่ยง ด้วยข้อมูลทั้งสองอย่างนี้ ผู้หญิงที่ได้รับการคัดกรองสามารถรู้ระดับความเสี่ยงของตนและจะมีการจัดสรรตามลำดับความสำคัญสำหรับการรักษาได้ AI มีประโยชน์ที่นี่ด้วยเหตุผลหลายประการ และสามารถมีตั้งแต่การช่วยจำแนกประเภทเนื่องจากการตีความความแตกต่างระหว่าง CIN2 และ CIN3 ไปจนถึงการตั้งค่าทรัพยากรต่ำ และการขาดแรงงานที่มีทักษะ. การศึกษาวิจัยดังกล่าวดำเนินการใน 9 ประเทศ โดยมีผู้หญิง 50,450 คนได้รับการคัดกรอง แต่ผลจากการศึกษาวิจัยยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ แม้ว่าจะสามารถดูฉบับก่อนตีพิมพ์ได้ที่นี่ [1]  ในอดีตมีการนำ AI มาใช้กับฐานข้อมูลที่มีอยู่เดิมหรือกำลังเติบโตขึ้นเพื่อดูว่าจะสามารถตรวจพบรูปแบบใด ๆ ได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลเหล่านี้อาจเอนเอียงไปทางกลุ่มคนส่วนใหญ่ขณะที่ละเลยคนส่วนน้อย จากนั้นจะมีการวิจัยและพัฒนายาโดยอิงจากฐานข้อมูลเหล่านี้ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างที่สำคัญ Dr Manasi A-Ratnaparkhe กรมการผู้จัดการใหญ่รและผู้ก่อตั้งร่วมของ PAICON [2] มีเป้าหมายที่จะสร้างชุดข้อมูลมะเร็งวิทยาแบบครอบคลุม เป็นชุดข้อมูลที่ทำให้สนามแข่งขันเท่าเทียมกัน เพื่อให้ AI มีบทบาทได้ ” AI ควรทำงานให้ทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มที่ถูกเลือกเท่านั้น” Dr A-Ratnaparkhe กล่าว ปัจจุบัน กลุ่มประชากรคอร์เคเชียนร้อยละ 16 ปรากฎอยู่ในชุดข้อมูลการฝึกอบรมถึงร้อยละ 82 และสิ่งนี้นำไปสู่ผลกระทบในโลกแห่งความเป็นจริงของการกีดกันในงานวิจัยและการพัฒนา ซึ่งส่งผลให้มีการเสียชีวิตมากกว่า 500,000 คนต่อปี PAICON ยังใช้ AI ในโรคมะเร็งปากมดลูก และได้ร่วมมือกับ ETiCCS (Emerging Technologies in Cervical Cancer Screening) ซึ่งเป็นโครงการไม่แสวงผลกำไรของ Heidelberg University เพื่อเริ่ม OncoPath ซึ่งมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงการคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกและการรักษาในแอฟริกาตอนใตัของทะเลทรายซาฮารา  ความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการยกระดับ AI เพื่อการจัดการโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นน่าตื่นเต้นและมีแนวโน้มในทางที่ดีอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม สำหรับการแปลศักยภาพนี้เป็นเวชปฏิบัติที่เชื่อถือได้ การศึกษาวิจัยที่ยังคงทุ่มเทเพื่อให้มั่นใจถึงคุณภาพสูงสุดของข้อมูลป้อนเข้านับเป็นเรื่องสำคัญอบ่างยิ่งยวด เช่นเดียวกับเครื่องมือทรงพลังทั้งหลาย หลักการ ‘ขยะเข้า ขยะออก’ ใช้ได้เสมอ: ข้อมูลที่มีคุณภาพสูงเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นที่ไม่อาจต่อรองได้สำหรับการสร้างผลลัพธ์จาก AI ที่เชื่อถือได้และมีคุณภาพสูง

การกำจัดโรคมะเร็งปากมดลูกในภูมิภาคเอเชียโอเชียนิกโดย AOGIN

ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียโอเชียนิคได้เพิ่มระดับความเข้มงวดมากขึ้นอีกในการพยายามกำจัดโรคมะเร็งปากมดลูก สำหรับประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง (lower-middle income countries หรือ LMIC) ค่าใช้จ่ายเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการเข้าถึงการคัดกรอง HPV อย่างแพร่หลาย ควบคู่กับปริมาณการทดสอบขนาดใหญ่และความท้าทายด้านโลจิสติกส์ เช่น การขาดการจัดตั้งห้องปฏิบัติการที่ซับซ้อนมีผู้ป่วยจำนวนมากหายไปในการติดตามผลและให้การรักษาอย่างทันท่วงที ก้วยการคำนึงถึงเรื่องนี้ Professor Neerja Bhatla จากแผนกสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาของ All India’s Institute of Medical Sciences จึงเน้นย้ำว่า การตรวจในราคาที่สามารถจ่ายได้คือ “สิ่งจำเป็นของยามนี้”  เพื่อจัดการปัญหาด้านต้นทุน ฉันทามติในภูมิภาค AOGIN คือการเปลี่ยนจากการตรวจ pap smear และตรวจเซลล์แบบดั้งเดิม เป็นวิธีการตรวจหา HPV ซึ่งย้ำให้เห็นถึงการใช้วิธีเก็บตัวอย่างตรววจเชื้อ HPV ด้วยตนเองเป็นการแก้ปัญหาอย่างแพร่หลายมากขึ้นอีก Professor Woo Yin Ling กล่าวว่า “การตรวจหา HPV ถือว่าเป็นหนทางเดียวที่จะเข้าถึงผู้หญิงในบางภูมิภาคในช่วงชีวิตของพวกเขา” การตรวจเซลล์จะมีประสิทธิผลก็ต่อเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งกลับมาตรวจคัดกรองอีกประมาณ 15 ครั้งในชีวิตของเธอ” โดยเน้นว่าการตรวจเซลล์เพียงอย่างเดียว (ความไว 50%) อาจพลาดประชากรกึ่งหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ว่ามี HPV ซึ่งตรงข้ามกับการทดสอบ HPV (ความไว 90%) [3]  การจัดลำดับความสำคัญให้การทดสอบ HPV มาก่อนวิธีการแบบดั้งเดิมยังไม่เพียงพอ รูปแบบการจัดส่งที่เป็นนวัตกรรมและเส้นทางการดูแลรักษาแบบกระจายศูนย์ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุการคัดกรองที่แพร่หลายและคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคขนาดใหญ่ แม้ว่าจีนจะมีประชากรจำนวนมาก แต่ได้อยู่ในระดับแนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงนี้มาตั้งแต่ปี 2557 โดยรับรองการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองเป็นวิธีการคัดกรองที่ดี Professor Youlin Qiao จากคณะเวชศาสตร์ประชากรและสาธารณสุขแห่ง Peking Union Medical College ของจีน ได้กล่าวถึงกรอบการทำงานที่น่าสนใจซึ่งรวมการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองเข้ากับกลยุทธ์คัดกรองและรักษา แม้จะมีประชากรจำนวนมหาศาล แต่การเก็บตัวอย่างด้วยตนเองทำให้จีนสามารถคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้แม้ในพื้นที่ห่างไกลผ่านรูปแบบการจัดส่งที่เป็นนวัตกรรม รูปแบบการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองตามอินเทอร์เน็ตส่งชุดทดสอบ HrHPV DNA ตามหลัก PCR ไปยังพื้นที่ที่ได้รับการดูแลไม่เพียงพอ ทำให้สามารถเข้าถึงการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้มากขึ้นแม้ในพื้นที่ห่างไกล นอกจากนี้ ยังพบว่าตัวอย่างที่เก็บด้วยตนเองมีความถูกต้อง ความไวและความจำเพาะที่เทียบเคียงได้กับตัวอย่างที่เก็บรโดยแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกรณี CIN2+ และ CIN3+ [4] การสร้างรูปแบบที่ประหยัดต้นทุนแสดงให้เห็นว่าการเก็บตัวอย่างด้วยตนเองร่วมกับวิธีการคัดกรองและรักษา (เช่น การจึ้ด้วยความร้อน) เป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่ามากที่สุดสำหรับการป้องกันปากมดลูกในประเทศจีน [5]  ในกรณีของอูปาซิลาสย่อยสองแห่งในประเทศบังกลาเทศ แม้จะมีความชุกของ HPV ความเสี่ยงสูงค่อนข้างต่ำ (3.1% ถึง 3.3%) ขนาดประชากรเป้าหมายจำนวนมหาศาล (ผู้หญิงประมาณ 30 ล้านคน) ย่อมหมายความว่ามีผู้หญิงประมาณ 960,000 คน ยังจำดป็นต้องได้รับการรักษา ความไม่เพียงพอของวิธีการที่ใช้ในปัจจุบัน คือ Visual Inspection Acetic Acid (VIA) ซึ่งในการศึกษาวิจัยนำร่องพบว่าตรวจผู้หญิงที่ HrHPV เป็นบวกพลาดไปเกือบครึ่ง เมื่อรวมกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจและสังคม (ระยะทาง ข้อห้าม การขาดผู้ดูแล) ทำให้การตรวจติดตามผลในเวลาที่เหมาะสมเป็นความท้าทาย Professor Ashrafun Nessa ศาสตราจารย์ด้านโรคมะเร็งทางนรีเวช ห่งมหาวิทยาลัยบังคลาเทศ แนะนำว่ากลยุทธ์ในการป้องกันควรมีหลายแง่มุม โดยเรียกร้องให้มีการบูรณาการอย่างเป็นทางการของการตรวจคัดกรองด้วย HrHPV เข้ากับโปรแกรมระดับชาติปัจจุบัน (มุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงอายุ 35-45 ปี) และให้ดำเนินการเก็บตัวอย่างและรักษา – ผ่านการจี้ด้วยความร้อน – เป็นแบบกระจายศูนย์และดำเนินการที่คลินิกชุมชนกับศูนย์สุขภาพระดับตำบล เธอยังสนับสนุนให้มีการกำหนดเส้นทางส่งต่อที่ชัดเจนสำหรับกรณีที่ซับซ้อน โดยทางที่ดีที่สุดควรเป็นการร่วมมือกับหน่วยงานสนับสนุนทางสังคม เพื่อช่วยเหลือนำผู้หญิงที่ไม่เหมาะต่อการรักษาโดยจึ้ด้วยความร้อนไปรับการรักษาที่คลินิกตรวจปากมดลูกโดยการส่องกล้อง หรือสถานพยาบาลในระดับที่สูงขึ้น [6]  ในขณะที่ชุมชนทางวิทยาศาสตร์ได้ส่งมอบเครื่องมือใหม่ที่ทรงพลัง – ตั้งแต่วัคซีนที่มีประสิทธิภาพและการวินิจฉัยขั้นสูงไปถึงรูปแบบการรักษาที่เป็นนวัตกรรม – ความท้าทายหลักคือการนำไปใช้จริงในขณะนี้ ข้อสรุปสำคัญจากการประชุม IPVS 2025 คือ การบรรลุเป้าหมายการกำจัดมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ในระดับโลก จำเป็นต้องอาศัยการนำเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเหล่านี้ไปใช้ผ่านกลยุทธ์ที่ยั่งยืนและเป็นธรรม ซึ่งปรับให้เหมาะสมกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสังคมเฉพาะตัวของแต่ละประเทศ  

รายการเอกสารอ้างอิง: 

[1] Befano, B. et al. (2025) ‘Initial evaluation of a new cervical screening strategy combining human papillomavirus genotyping and automated visual evaluation: The human papillomavirus–automated visual evaluation consortium’, JNCI: Journal of the National Cancer Institute, 117(10), pp. 2124–2129. doi:10.1093/jnci/djaf054.

[2] PAICON เข้าถึงได้จาก: https://www.paicon.com/ (เข้าถึงเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569)

[3] Woo, Y.L. et al. (2022) ‘The implementation of a primary HPV self-testing cervical screening program in Malaysia through program rose—lessons learnt and moving forward’, Current Oncology, 29(10), pp. 7379–7387. doi:10.3390/curroncol29100579.

[4] Zhao, X. et al. (2020) ‘Comparative performance evaluation of different HPV tests and triaging strategies using self‐samples and feasibility assessment of thermal ablation in “Colposcopy and treat” approach: A population‐based study in rural China’, International Journal of Cancer, 147(5), pp. 1275–1285. doi:10.1002/ijc.32881.

[5]  Zhao, X.L. et al. (2023) ‘Cost-effectiveness of the screen-and-treat strategies using HPV test linked to thermal ablation for cervical cancer prevention in China: A modeling study’, BMC Medicine, 21(1). doi:10.1186/s12916-023-02840-8.

[6] Nessa, A. et al. (2025) ‘High-risk human papillomavirus genotypes among women of Hill districts in Bangladesh’, PLOS One, 20(12). doi:10.1371/journal.pone.0338092.

แชร์สิ่งนี้:

เพิ่มเติมในหัวข้อเดียวกัน

เลือกบทความที่เกี่ยวข้องจากตัวเลือกด้านล่าง

หัวข้อแนะนำ

การวิเคราะห์หาลำดับ สีแดง 2020โรคหายาก
สิ่งที่ต้องอ่านถัดไป
Scroll to Top